ประวัติเครื่องลายคราม รับซื้อเครื่องลายคราม
[aioseo_breadcrumbs]

คลิกเพื่อโทรหาเรา
คลิกส่งรูปเพื่อประเมินราคา
เครื่องลายครามหรือภาชนะกระเบื้องหรือชามเนื้อขาว อันมีต้นกำเนิดจากประเทศจีน (เครื่องกังไส) ในประเทศไทยเครื่องลายครามมีต้นกำเนิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 1873 โดยได้รับอิทธิพลจากประเทศจีนที่ร่วมทำการค้ายังประเทศไทย เครื่องลายครามได้พัฒนาเกิดเป็นวิวัฒนาการทางศิลปะวัฒนธรรมจีน ไทย และได้รับความนิยมมากขึ้นในปีพ.ศ. 1911-2186 หรือราชวงศ์เหม็ง
ประเทศไทยนับว่าเครื่องลายคราม เครื่องชามเบญจรงค์เป็นของสะสม ของเก่าแก่ที่ถูกสืบสานโดยบรรพบุรุษจากรุ่นสู่รุ่น นับเป็นสมบัติล้ำค่าที่ได้รับความนิยมหามาสะสมจนถึงสมัยปัจจุบัน
สีที่ใช้ในการนำมาวาดเครื่องลายครามนั้นเป็นสีครามหรือสีน้ำเงิน อันมีส่วนผสมของสารโคบลอต์ออกไซด์ (cobalt oxide) สีเฉพาะสำหรับเครื่องปั้นดินเผา โดยลักษณะกระบวนการผลิตนั้นต้องนำไปเผาอบและเคลือบด้วยน้ำยาเคลือบ
เครื่องปั้นดินเผาที่ถูกนำมาใช้เป็นภาชนะใช้ในครัวเรือน แบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่
- เครื่องถ้วยสมัยก่อนประวัติศาสตร์
- เครื่องถ้วยเขมรหรือลพบุรี
- เครื่องสังคโลกสมัยกรุงสุโขทัย
- เครื่องถ้วยจีน เครื่องถ้วยเขียนสี เครื่องลายคราม เครื่องเบญจรงค์และเครื่องลายน้ำทอง
เครื่องปั้นดินเผาหรือเบญจรงค์ (ceramic)
ที่มาของคำว่า เครื่องเบญจรงค์ มาจากคำว่า เบญจ หมายถึง 5 รงค์ หมายถึง สี) จะมีลวดลายจากแม่สีทั้งห้า ได้แก่ ดำ แดง ขาว เหลืองและเขียวหรือสีคราม ผ่านกระบวนการลงยาสี โดยเครื่องเบญจรค์นั้นนิยมใช้ดินประเภทอร์ซเลน (porcelain ware) อันมีต้นกำเนิดในประเทศจีน (ปลายปีพุทธศตวรรษที่ 20) หรืออยู่ในระหว่างรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถและแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าปราสาททองแห่งกรุงศรีอยุธยา
โดยในสมัยสมเด็จพระจักรพรรดิชวนเต๊อะ (พ.ศ. 1969-1978) มีการผลิตเครื่องเบญจรงค์ครั้งแรกในแคว้นกังไซ มณฑลเจียงซีหรือแคว้นกังไส และได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้นในสมัยสมเด็จพระจักรพรรดิเฉิงฮั่ว (พ.ศ. 2008-2030) สำหรับประเทศไทย ในช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยาเครื่องเบญจรงค์ได้รับความนิยมอย่างมากจนได้มีการสั่งผลิตและเรียกว่า “เครื่องถ้วยจีน-ไทย” (Sino-Thai wares)
เครื่องลายคราม
เครื่องลายครามหรือเครื่องปั้นดินเผาที่นำสีน้ำเงินหรือสีครามมาใช้ในการวาดลวดลาย
เครื่องลายน้ำทอง
คือเครื่องปั้นดินเผาที่มีการใช้สีทองผสมผสานกับสีที่ใช้ในเบญจรงค์วาดเป็นลวดลายต่าง ๆ ลวดลายต่างๆ คล้ายเครื่องเบญจรงค์โดยในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้มีการสั่งทำจากประเทศจีนที่ได้มีการทำการค้าร่วมกันในสมัยนั้น และยังพบว่ามีการสั่งทำเครื่องลายน้ำทองจากประเทศญี่ปุ่น เรียกว่า “เครื่องถ้วยดนบูริ”
เครื่องลายคราม เครื่องเบญจรงค์ เครื่องลายน้ำทองได้รับความนิยมตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรีจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ โดยมีการพัฒนาลวดลายมาเรื่อยๆ จวบจนสมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีรับสั่งให้ผลิตเครื่องเบญจรงค์ครั้งแรกในไทย
โดยใช้เตาเผาของกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ โดยเครื่องเบญจรงค์ที่ผลิตในสมัยนั้นถูกเรียกว่า “เครื่องถ้วยวังหน้า” ส่วนที่ได้รับความนิยมอย่างมากเป็นถ้วยลักษณะคล้ายกระโถนหรือ “กระโถนวังหน้า”